Our Article
ภูมิสถาปัตยกรรมและ
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ…
เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ประสบผลสำเร็จจริงหรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ…
เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ประสบผลสำเร็จจริงหรือไม่?
year 2020
Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on whatsapp
WhatsApp
เขียนโดย คุณญาดา พรชำนิ
ภาพโดย คุณญาดา พรชำนิ
ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) ได้มีการพูดถึงมากขึ้นในวงกว้าง รวมถึงถูกดันให้เป็นปัญหาที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องรับรู้และแก้ไขร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มเปลี่ยนไปพกกระเป๋าชอปปิ้งและขวดน้ำ หรือการใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ในพื้นที่การทำงานต่างๆ มากไปกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังถูกนำไปเป็นปัญหาระดับนานาชาติ ที่ทั้งโลกต้องร่วมกันแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือการร่วมเซ็นสนธิสัญญา ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มีเป้าหมายในการชะลอผลกระทบโดยลดก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศโลกลงกว่า 40% ในปีค.ศ.2030 เปรียบเทียบจากปีค.ศ.1990 นอกเหนือจากการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโดยการปฏิบัติที่เปลี่ยนไปของวิถีชีวิต และในทางนโยบายแล้วนั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย คือการแก้ปัญหาโดยการใช้การออกแบบต่างๆ โดยเฉพาะภูมิสถาปัตยกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ จะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือทำให้แย่ลง?
จากบทความ Design and the Green New Deal ของ Place Journal (Billy F., April 2019) ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ทุกวันนี้มีการแข่งขันออกแบบภูมิสถาปัตกรรมเพื่อช่วยเป็นกลไกในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมากมาย เนื่องจากในปีค.ศ.2016 ที่ผ่านมานั้นภูมิสถาปัตยกรรมได้ถูกประกาศว่าเป็นศาสตร์ที่จำเป็นในการใช้แก้ไขการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ! แต่คำถามที่ถูกถามกลับมานั่นคือเรากำลังใช้ศาสตร์นี้ในการทำให้ช่องว่างระหว่างอุดมคติและการปรับใช้จริงได้หรือไม่ แล้วถ้าไม่ เรากำลังช่วยโลกอยู่จริงหรือเปล่า? ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ภูมิสถาปัตกรรมนั้นได้กลายเป็นจุดสนใจหลักของสังคมทุกวันนี้อย่างเถียงไม่ได้ โดยนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดรายการประกวดแบบ ‘Rebuild by Design’ ที่ใหญ่ที่สุดในปี ค.ศ.2017 ซึ่งเป็นรายการประกวดแบบที่ถูกจัดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากจากเฮอริเคนแซนดี้ในปีค.ศ.2012 ภายใต้การนำภูมิสถาปัตยกรรมและแนวคิด resilience มาเป็นโจทย์ของการประกวดครั้งนั้น โดยรายการประกวดแบบครั้งนี้มีโครงการที่ชนะอยู่ 6 โครงการด้วยกันและในวันนี้เราจะมาพูดถึงเดอะ บิ๊กยู (Big U) โครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์คโดย BIG (Bjarke Ingels Group)ซึ่งถูกออกแบบให้มีกลไกที่สามารถป้องกันเกาะแมนฮัตตันจากน้ำท่วมที่เกิดจากนำทะเลที่หนุนสูงขึ้น (Sea Level Rises) และคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) ประกอบไปด้วยเส้นทางป้องกันน้ำท่วมกว่า 16 กิโลเมตรโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่มีการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมปรับตัวได้ที่มีการใช้สอยที่สามารถตอบโจทย์ชุมชนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นทางเดินริมน้ำ หรือพิพิธภัณฑ์ นี่อาจจะฟังดูเป็นโครงการที่ดีและควรค่าต่อการได้รับเงินทุนกว่า 511 ล้านเหรียญเพื่อเสกฝันให้เป็นจริง แต่ทำไมโครงการนี้ในสายตาผู้ที่ทำงานสายที่เกี่ยวข้องนั้นจึงเห็นว่ามันจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความบกพร่อง?
